ให้ลูกเรียนที่ไหนดี? ในเมื่อระบบการศึกษาปัจจุบันนี้ทำร้ายตั้งแต่สมัยเรา!!!

ช่วงนี้ข่าววงการศึกมาแรงอย่างต่อเนื่องและเป็นโดมิโนมาเรื่อยๆ เขย่าวงการการศึกษาจนสั่นคลอน ทำให้ผมขาดความมั่นในไปแล้ว ว่า…
ลูกหลานผมจะเรียนที่ไหนดี ต่อไป?

โชคดีที่ผมชอบอ่านหนังประวัติผู้สำเร็จต่างๆ จนมาเจอกับคนในยุคปัจจุบัน เช่น บิล เกต , สตีฟ จ๊อบ , มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก , อีลอน มัสก์ เป็นต้น ทั้ง 4 คนนี้ ถือได้ว่า เป็นคนดังด้านเทคโนโลยีครับ และให้แง่คิดกับวงการศึกษาไว้อย่างมากมาย

สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นสิ่งที่เหมือนกันก็ คือ พวกเรียนพื้นฐานมาเช่น แล้วมาพบว่าสิ่งที่กำลังเรียนตอนนั้น มันทำธุรกิจได้ เขาก็เลยลาออกมาสร้างธุรกิจที่สนใจนั้น จนเติบโตมากมาย

สิ่งที่ทำให้เขาสร้างธุรกิจจนเติบโต ก็คือการลงมือทำ และเรียนรู้ตลอดเวลา ในเรื่องที่สนใจ

ส่วน อีลอน มัสก์ ก็ให้แง่คิดเพิ่มเติมว่า ถ้าลูกๆเขาโต จะให้เข้าเรียนที่โรงเรียนที่เขาสร้างขึ้นเองและวางระบบการเรียนการสอนใหม่ และเมื่อจบการศึกษา ก็ให้ทำงานที่ SPACE X หรือ TESLA ได้เลย

ระบบการเรียนการสอนแบบใหม่ ของ อีลอน มัสก์ ก็คือ ให้ปฏิบัติไปพร้อมๆ กับเรียนทฤษฎี ให้เข้าใจกายภาพหลักการธรรมชาติ มากกว่าการนั่งเรียนแล้วท่องจำในแบบเดิมๆ

พอผมได้อ่านจนจบทุกเรื่องราวของเขา ผมก็เลยตั้งคำถามในใจตัวเองว่า…

แล้วเราจะทำอย่างไรให้ลูกหลานได้เรียนรู้และเก่งในโลกปัจจุบันนี้ได้???

ทางที่ผมคิดไว้ มีดังนี้ครับผม

1. ให้เรียน อนุบาล ประถม ในโรงเรียนที่มีคุณภาพ คือ เราต้องเข้าไปตรวจโรงเรียน เช่น การเรียนการสอน เครื่องทำน้ำร้อน-น้ำเย็น ต้องดูสายกราวน์ด้วยว่าติดตั้งดีไหม เดี๋ยวลูกหลานถูกไฟดูดตาย
2. เราสอนเองให้เยอะ ตัวเราต้องเป็นครูด้วย โดยสอนทุกเรื่องที่เรารู้และเรื่องที่ควรสอนตามวัยอันควร เนื่องจากการเรียนในระบบนั้นเป็นสิ่งที่ลูกหลานอาจจะชอบเรียนหรือไม่ชอบ ก็มี ดังนั้นเราต้องสอนในสิ่งที่เขาสนใจให้มากที่สุด ถ้าเป็นเรื่องที่สร้างให้เขาไปต่อยอดหารายได้ให้ตัวเองได้เร็วก็ยิ่งดี
3. พาไปเปิดโลกบ่อยๆ ให้ลูกหลานได้เกิดจินตนาการ ได้เรียนรู้โลกจริงๆ ว่าเป็นยังไง? และเราต้องฝึกถามให้เขาคิดบ่อยๆ ว่า สิ่งนั้นเกิดได้เพราะอะไร? แล้วเราจะทำอะไรกับมัน? เช่น ทำช่องยูทูบทำยังไง? แล้วก็ให้ลูกหลานไปฝึกทำด้วยตนเอง เป็นต้น
4. เปิดใจตัวเองรับฟังลูกหลานบ้าง เมื่อเขาอยากเรียนอะไร หรือ อยากทำอะไร หรือ ไม่อยากทำอะไร ก็ฟังให้เยอะๆ ช่วยเขาหาทางออก เล่นกับเขาบ่อยๆ และเป็นทั้งเพื่อนเล่น และคนให้คำปรึกษาบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้
5. เมื่อเขาหารายได้เองได้แล้ว ก็ค่อยส่งเสริมให้เรียนเฉพาะทางโดย FOCUS ในสิ่งที่สร้างงานสร้างประโยชน์ให้กับเขา จากนั้นก็เรียนเทียบโอนไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายได้รับใบปริญญาเมื่อใดก็เมื่อนั้น เพราะทุกวันนี้มีงานทำสำคัญกว่าปริญญา เมื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองได้….ใบปริญญาก็จะตามมาเอง

5 ข้อที่กล่าวมานั้น อาจจะพอเป็นแนวทางให้ลองไปพัฒนาเส้นทางการเติบของลูกหลานได้บ้างนะครับ

ผลเป็นอย่างไรนั้น ลองมาแชร์กันนะครับ 🙂


Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*